วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ไม่อยู่นะคนับ....


เนื่องจากวันที่17-20 กรกฎาคม ผมไปค่าย JPC ที่คณะ SIT บางมด ก็เลยไม่ว่างมาอัพบล็อค เดี๋ยวกลับมาแล้วจะมาเล่าประสบการณ์ที่ได้จากค่ายนี้กันคนับ ... ขอบคุณครับ


วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ทฤษฎีหงส์ดำ (Black swan theory)

ช่วงเย็นวันอาทิตย์ ในขณะที่ผมกำลังปวดหัวอยู่ว่าจะเอาอะไรไปยัดลงบล็อคของอาทิตย์นี้ดี ผมก็เลยเปิด Youtube หาแรงบันดาลใจตามแชนเเนลวิทย์ไปเรื่อยๆ ผมก็ได้มาสะดุดกับคลิปของเเชนเนล Veritasium ที่ผมเคยเอาคลิปของเเชนเเนลนี้มาลง เรื่อง กิ้งก่าคาเมเลี่ยนเปลี่ยนสีได้อย่างไร ซึ่งคลิปนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์โดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยา ที่ว่าด้วยเรื่องของ ทฤษฎีหงส์ดำ พล่ามมาเยอะตั้งแล้ว เราไปดูคลิปที่ว่ากันเลยดีกว่าคนับ...


ซึ่ง ทฤษฏีหงส์ดำที่กล่าวไว้ในคลิปนั้น เป็นชื่อทฤษฎีทางอนาคตศึกษาซึ่งดังระเบิดเถิดเทิงของนาย Nicholas Nazim Taleb ออกหนังสือชื่อ "The Black Swan: The Impact of the Highly Improbable" เป็นหนังสือ Bestseller เล่มหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสรุปคร่าวๆได้ว่า


มีภาษิตโบราณของตะวันตกกล่าวไว้ว่า "All Swans Are White" หรือ "หงส์ทุกตัวเป็นสีขาว!!" 
อ้าววววว แสดงว่าเมื่อก่อน เราไม่เคยรู้จักหงส์ดำกันหรอ ? 
คำตอบคือ ใช่ครับ เพราะ "หงส์ดำ" เพิ่งจะถูกค้นพบในทวีปออสเตรเลีย ในศตวรรษที่ 17 หรือ 400 กว่าปีที่แล้ว (ตรงกับสมัยอยุธยาตอนกลาง) เอง
ก็เลยกลายเป็นที่ฮือฮาครับ เพราะไม่เคยเห็นหงส์ดำกันมาก่อน ซึ่งหมายความว่า ความเชื่อที่เชื่อกันว่า "หงส์ต้องเป็นสีขาว" เป็นความเชื่อที่ผิดมาตลอด ผิดอย่างสิ้นเชิงเลยครับ



พูดง่ายๆก็คือ ความรู้เก่าๆ รวมทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อนแล้วนั้น อย่าเพิ่งด่วนสรุปหรือรีบร้อนเชื่อเร็วเกินไป เพราะอาจไม่เป็นประโยชน์ที่จะนำมาใช้สามารถพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้สิ่งที่ไม่เคยเห็น ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีจริง สิ่งที่มองเห็น อาจเป็นผลที่เกิดขึ้นจากปัจจัยอื่นที่เราคิดไม่ถึง มองไม่เห็น บ่อยครั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่จริงๆ

ผมจะขอยกประโยคหนึ่ง ซึ่งผมได้มาจากเพื่อนของผมที่ชื่อว่า ปุ้นนะครับ ปล.มันไปก็อปเขามา
"การพบเห็นหงส์สีขาวถึงหนึ่งพันครั้ง ไม่ได้เป็นข้อสรุปว่าหงส์สีดำไม่มีอยู่จริง เพราะการพบเห็นหงส์สีดำเพียงครั้งเดียวจะทำลายข้อสรุปนั้นในทันที"

 มีตัวเลขทางสถิติชี้ให้เห็นว่า มีเพียงโอกาส 1 ครั้งในรอบพันปีเท่านั้นที่ตลาดหุ้นจะเจอวิกฤตและถล่มอย่างหนัก แต่ในความเป็นจริง มันถล่มมามากกว่า 1 ครั้งในรอบร้อยปี
 (เป็นเพียงตัวเลขสมมติเฉยๆ จำเลขทางสถิติเป๊ะๆไม่ได้ แต่หลักการนี้แหละ)
 การที่เรายังไม่เคยเจอรักแท้ ก็ไม่ได้หมายความว่ารักแท้มันไม่มีอยู่จริง เพราะการเจอรักแท้เพียงครั้งเดียว จะทำให้เราเข้าใจคุณค่าของการเฝ้ารอมาตลอดชีวิต


ลาไปก่อยกับภาพยนตร์เเนว ดรามา ทริลเลอร์ เรื่อง Black Swan (2010) ซึ่งบอกได้เลยว่า "หลอนมากกก" อย่าลืมไปหามาดูกันให้ได้นะคนับ...

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อธิกวินาที ?

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา วันธรรมดาๆวันหนึ่ง ที่ไม่ธรรมดา ไม่ใช่เพราะเป็นวันสภาปนาลูกเสือแห่งชาติ หรือเป็นวันชาติแคนาดา แต่เพราะเป็นวันที่ชาวโลกจะได้รับเวลาเพิ่มขึ้นมาฟรีๆ มาอีกตั้ง 1 วินาที โดยเราเรียกเวลาวินาทีที่เพิ่มมานี้ว่า "อธิกวินาที"



อธิกวินาที(leap second) คือ วินาทีที่ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพื่อรักษามาตรฐานการประกาศเวลาให้ใกล้เคียงกับเวลาสุริยะ (UT1) โดยเฉลี่ย  การปรับอธิกวินาทีปัจจุบันควบคุมโดย International Earth Rotation and Reference Systems Service (IERS) 



ซึ่งบนโลกของเรามีนาฬิกาอยู่ 2 ระบบ คือ เวลาจากนาฬิกาอะตอม(TAI-Temps Atomique International) ที่ใช้หลักการแผ่รังสีของอะตอมซีเซียม อันเป็นคำนิยามของเวลา 1 วินาที ซึ่งเป็น 1 ใน 7 หน่วยฐานของระบบ SI ด้วย ความแม่นยำมีสูงมากนั่นคือในเวลา 200 ล้านปีจะคลาดเคลื่อนไม่ถึง 1 วิ



อีกระบบนึงคือเวลาสากล (UT-Universal Time) ที่ใช้อ้างอิงเวลาจากการหมุนรอบตัวเองของโลก โดยในหนึ่งวันจะมี 24 ชั่วโมง หรือ 86400 วินาที ซึ่งข้อดีของเวลานี้คือสังเกตง่าย เพราะมีตำแหน่งดวงอาทิตย์เป็นตัวสังเกต



แต่ว่าระยะหลังๆโลกหมุนรอบตัวเองช้าลง ทั้งจากแรงไทดัลกับดวงจันทร์ หรือแรงจากในโลกเองอย่างแผ่นดินไหว ส่งผลให้ในหนึ่งวันมีเวลาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราวๆ 2 millisecond หรือ 0.002 วินาที ซึ่งหากเป็นคนปกติมันน้อยมากจนแทบไม่มีความจำเป็นต้องใส่ใจ แต่หากเวลาเล็กน้อยนี่สะสมเรื่อยๆ ซักปีนึง เราก็จะได้เวลาเพิ่มมาราวๆ 0.7 วินาที



ด้วยสาเหตุนี้เอง เวลาสากลจึงช้ากว่าเวลาอะตอมเรื่อยๆ เพื่อให้เวลาในนาฬิกาทั้งสองตรงกัน จึงต้องทำวินาทีพิเศษหรือ Leap Second ขึ้นมาโดยจะทำการเพิ่มเวลาอีก 1 วิ เพื่อให้ความแตกต่างระหว่างทั้งสองนาฬิกาใกล้ 0 มากที่สุด โดยจะปรับในช่วงเวลากลางปี 30 มิถุนายน หรือปลายปี 31 ธันวาคมเท่านั้น



ในครั้งนี้จะทดเพิ่มในวันที่ 30 มิถุนายน 2015 ที่เวลาเที่ยงคืนของเวลาสากล(UT) คือ 23.59.60 ซึ่งจะปรับพร้อมกันทั่วโลก ดังนั้นในประเทศไทยจะปรับตอน 6.59.60 ในวันที่ 1 กรกฎาคม (+7 ชั่วโมง)



การปรับอธิกวินาที เกิดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2515 และครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 26 ในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งหมายความว่า โลกได้หมุนช้าลง 26 วินาทีแล้ว



หลายๆคนอาจคิดว่า โว๊ะะะ ก็แค่ 1 วิ จะไปมีปัญหาอะไรกับชีวิตมากมายขนาดนั้นเลยหรือ อาจจะไม่ได้มีผลโดยตรงกับทุกคน แต่มีผลกับระบบคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ได้ทำมาเพื่อรองรับระบบ leap second ถ้าเวลาไม่เพี้ยนก็จะ Error ไปเลย ซึ่งได้เกิดเหตุการณ์นี้เมื่อปี พ.ศ.2555 ทำให้บริการ Mozilla, Reddit, Foursquare, Yelp, LinkdIn เคยเกิดปัญหา แต่ปัจจุบัน พวกบริการต่างๆก็เตรียมการไว้อยู่แล้ว และบริการที่จะได้รับผลกระทบ ก็มีไม่มาก ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ก็ใช้ Network Time Protocol คือ เวลาจะ sync กันกับ atomic clock อยู่แล้ว ก็ต้องมาดูกันว่าหลังปรับแล้ว บริการต่างๆ ด้านคอมพิวเตอร์จะได้รับผลกระทบหรือเปล่า

ลากันไปก่อยด้วยฉาก ของ Quick Silver กับเพลงประกอบ Time in a bottle จากเรื่อง X-men : Days of Future Past ละกันนะคนับ...


วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สีรุ้ง สีรุ้งเต็มไปหมดเบยยย



เมื่อช่วงวันเสาร์ อาทิตที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสการเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นสีรุ้ง พร้อมกับข้อความว่า Created with facebook.com/celebratepride สำหรับบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันครับ

ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ : POLANDBALL

โดยในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมาศาลสูงของทางสหรัฐอเมริกาได้มีการตัดสิน อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญในการเปิดเสรีทางความรักของคนทุกกลุ่ม ไม่เพียงเฉพาะคู่รักหนุ่ม-สาว หากแต่รวมถึงกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) ด้วย


ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ : POLANDBALL


สำหรับ LGBT มีที่มาจากอักษรตัวแรกของคำว่า lesbian (เลสเบี้ยน), gay (เกย์), bisexual (ไบเซ็กชวล) และ transgender/transsexual (คนข้ามเพศ) ที่ได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งภายใต้คำชื่อกลุ่ม LGBT สะท้อนถึงความหลากหลายทางเพศและการแสดงออกทางเพศในสังคม ซึ่งคำว่า LGBT มิได้หมายถึงเฉพาะกลุ่มคนรักร่วมเพศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเพศทางเลือกอื่น ๆ อย่างเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศ 



ทั้งนี้สำหรับ "สีรุ้ง" สีสันแห่งความหลากหลายได้ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม LGBT รวมถึงการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของกลุ่มมานานกว่า 37 ปี ธงสีรุ้งซึ่งได้รับการออกแบบโดย กิลเบิร์ท เบเกอร์ ศิลปินจากซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ ถูกนำมาโบกสะบัดขึ้นในการเคลื่อนไหวของกลุ่ม LGBT เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2521 ใน San Francisco Gay Freedom Day Parade ขบวนพาเหรดเพื่อระลึกถึง ฮาร์วีร์ มิลค์ นักการเมืองชาวเกย์ที่ถูกฆาตกรรม  ก่อนนำมาใช้ในกิจกรรมอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ในฐานะธงแห่งความภาคภูมิใจของ LGBT นอกจากนี้ในบางครั้ง ธงสีรุ้ง ยังถูกนำมาใช้ในฐานะธงแห่งความสงบสุขด้วย


โดยพี่มารค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟสบุ๊คก็ได้สร้างฟีเจอร์เล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นการร่วมแสดงฉลองด้วย ผ่านทางแอพพิเศษของเฟซบุ๊กในหน้า celebratepride ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ของเราให้เป็นสีรุ้งอัตโนมัติ จึงเป็นที่มาของรูปโปรไฟล์สีรุ้งที่เห็นกันเต็มเฟสบุ๊คนั่นเองครับ

แต่พี่ไทยก็ยังไม่วาย พามาดราม่าจนได้ครับ เมื่อได้มีแอคเคาท์เฟสบุ๊ค แอคเคาท์หนึ่งโพสต์รูปภาพที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟสบุ๊ค โดยมีเนื้อหาดังนี้

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก : บันทึกของ ตุ๊ด

อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร #ผิดๆ



โดยในทวิตเตอร์ ก็ได้มีแอคเคาท์ ทวิตเตอร์ แอคเคาท์หนึ่งชื่อว่า @youdunnowho ได้พูดเกี่ยวกับกฎหมายนี้ได้ดีทีเดียวเลยละครับ ซึ่งบล็อคเกอร์ไม่สามารถลิงค์จากทวิตเตอร์มายังบล็อคได้ ผมก็เลยสรุปเป็นข้อความได้ว่า นอกจากการที่แต่งงานกันถูกต้องตามกฎหมายจะมีผลในทางทรัพย์สินแล้วก็ยังมีผลในด้านการตัดสินใจในการผ่าตัดต่างๆ รวมไปถึงการเซ็นอนุญาติปั๊มหัวใจ หรือแม้แต่เรื่องพินัยกรรมอีกด้วย ในความคิดของผมการอนุญาตกฎหมายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดเสรีในด้านต่างๆให้เกิดความเท่าเทียมกันมากขึ้น แล้วคุณละครับ คิดอย่างไรกับกฎหมายนี้ ...

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Programming ?

เรามาพักเรื่องนิติเวชศาสตร์สักอาทิตย์ แล้วมาดูในเรื่องที่โรงเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้สอนกันดีกว่าครับ :D


โดยในบทความนี้ ผมจะพูดถึงภาษาที่ถือว่าเป็นพื้นฐานในการเขียนโปรแกรมเลยก็ว่าได้ นั้นก็คือ ภาษา C ครับ 



ภาษา C เป็นภาษาที่ถือว่าเป็นทั้งภาษาระดับสูงและระดับต่ำ ถูกพัฒนาโดยเดนนิส ริดชี (Dennis Ritche) แห่งห้องทดลองเบลล์ (Bell Laboratories) ที่เมอร์รีฮิล มลรัฐนิวเจอร์ซี่ โดยเดนนิสได้ใช้หลักการของภาษา บีซีพีแอล (BCPL : Basic Combine Programming Language) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยเคน ทอมสัน (Ken Tomson) การออกแบบและพัฒนาภาษาซีของเดนนิส ริดชี มีจุดมุ่งหมายให้เป็นภาษาสำหรับใช้เขียนโปรแกรมปฏิบัติการระบบยูนิกซ์ และได้ตั้งชื่อว่า ซี (C) เพราะเห็นว่า ซี (C) เป็นตัวอักษรต่อจากบี (B) ของภาษา BCPL ภาษาซีถือว่าเป็นภาษาระดับสูงและภาษาระดับต่ำ ทั้งนี้เพราะ ภาษาซีมีวิธีใช้ข้อมูลและมีโครงสร้างการควบคุมการทำงานของโปรแกรมเป็นอย่างเดียวกับภาษาของโปรแกรมระดับสูงอื่นๆ จึงถือว่าเป็นภาษาระดับสูง ในด้านที่ถือว่าภาษาซีเป็นภาษาระดับต่ำ เพราะภาษาซีมีวิธีการเข้าถึงในระดับต่ำที่สุดของฮาร์ดแวร์ ความสามารถทั้งสองด้านของภาษานี้เป็นสิ่งที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ความสามารถระดับต่ำทำให้ภาษาซีสามารถใช้เฉพาะเครื่องได้ และความสามารถระดับสูง ทำให้ภาษาซีเป็นอิสระจากฮาร์ดแวร์ ภาษาซีสามารถสร้างรหัสภาษาเครื่องซึ่งตรงกับชนิดของข้อมูลนั้นได้เอง ทำให้โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาซีที่เขียนบนเครื่องหนึ่ง สามารถนำไปใช้กับอีกเครื่องหนึ่งได้ ประกอบกับการใช้พอยน์เตอร์ในภาษาซี นับได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการเป็นอิสระจากฮาร์ดแวร์


ในความคิดของผม การเขียนโปรแกรมเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะมันช่วยพัฒนาให้เราเป็นคนที่มีความคิดเป็นระบบ เเละทำมันอย่างเป็นขั้นเป็นตอนอีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2558

นิติเวชศาสตร์ 2

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาผมและเพื่อนๆ ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีมาครับ โดยกลุ่มผมจะทำในเรื่องของพื้นที่ผิว วิธีการทดลองก็คือ นำชอลค์ (CaCO3 )ผสมกับกรดเกลือ (HCl) ซึ่งกลุ่มผมได้นำแบ่งชอล์คเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกนำไปบดเป็นผง ส่วนที่ 2 หักครึ่ง และส่วนที่ 3 เป็นแท่งเหมือนเดิม แล้วสังเกตจากปริมาณของชอล์คที่ลดลงต่อหนึ่งหน่วยเวลา ผลการทดลองก็เป็นไปตามทฤษฎีครับ โดยชอล์คส่วนแรกที่นำไปบดเป็นผงจนละเอียด ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวให้กับสารตั้งต้น จะปฏิกิริยาได้เกิดเร็วที่สุด ตามมาด้วยส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 และในส่วนของการทดลองความเข้มข้นที่นำ โซเดียมไทโอซัลเฟต (Na2S2O3 ) ผสมกับกรดเกลือ (HCl) ซึ่งผลการทดลองคือ เเก้วที่มีความเข้มข้นมากที่สุด จะทำให้น้ำขุ่นเร็วมากที่สุด ส่งผลให้กากบาทหายไปเป็นอันดับเเรก

ลายนิ้วมือ




เรามาเข้าเรื่องของนิติเวชศาสตร์กันดีกว่าครับ :D เมื่อพูดถึงพื้นที่ผิวกับนิติเวชศาสตร์ ผมก็นึกถึงลายนิ้วมือที่เมื่อเราไปหยิบ จับ สิ่งของต่างๆแล้วติดอยู่กับสิ่งของนั้นๆ ซึ่งแม้จะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า วิทยาศาสตร์ก็สามารถทำให้เราเห็นได้ครับ


โดยในคลิปมาจากซีรีย์ CSI:Vegas ซีซันที่2 ตอนที่ 20 เกี่ยวกับการตายของหญิงชราในบ้านที่เต็มไปด้วยแมวที่เธอเลี้ยง สาเหตุการตายมาจากการถูกแทงด้วยวัสดุเป็นแท่งยาว ทื่อ ซึ่งก็คือ ปากกาของเด็กที่อยู่ข้างบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้สอบสวนเด็กและอธิบายเกี่ยวกับเรื่องของลายนิ้วมือ

ซึ่งวิธีในการตรวจหาลายนิ้วมือนั้นมีหลากหลายวิธี วิธีที่ใช้กันบ่อยที่สุดก็คือ การใช้ผงฝุ่นเคมี โดยจะนำผงฝุ่นเคมีมาปัดด้วยแปรง เมื่อลายนิ้วมือปรากฏขึ้น ก็นำเทปมาแปะและเก็บเพื่อไปสำรวจหาผลต่อไป



แล้วก็ขอลาไปก่อยกับสารคดีเกี่ยวกับ AFIS หรือ ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ ของ KingCountryTV กันนะคนับ...





วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

นิติเวชศาสตร์ 1

ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ได้มีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา ถ้าเราเคยดูข่าวอาชญากรรม งานทางด้านนิติเวชมีส่วนช่วยในการสืบสวน พิสูจน์หลักฐานอย่างมาก


ลูมินอล (Luminol)




ลูมินอลคือสารที่ถูกคิดค้นเพื่อตรวจสอบรอยเลือด ที่แม้จะถูกเช็ดหรือทำความสะอาดแล้ว สารที่อยู่ในเลือดก็จะยังคงอยู่ โดยสารชนิดนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับฮีโมโกลบินในเลือด ทำให้เกิดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า Chemiluminescence 


นอกจากลูมินอลจะสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีรอยเลือดหรือไม่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังสามารถเห็นรูปร่างและลักษณะการกระจายของรอยเลือด เพื่อวิเคราะห์ว่าเกิดการฆาตกรรมในแบบใด โดยการกระจายของเลือดจากอาวุธต่างชนิดกันก็จะมีลักษณะแตกต่างกัน และในบางกรณีที่ฆาตกรเผลอเหยียบเลือดติดรองเท้าเดินไปไหนมาไหน ลูมินอลก็จะช่วยเผยให้เห็นทิศทางการเคลื่อนที่หรือลำดับขั้นของการฆาตกรรมได้


ตัวอย่างที่จะเห็นชัดคือในซีรีส์สืบสวนสอบสวนชื่อดังอย่าง CSI ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันช่วยทุ่นเวลาในการสืบหาความจริง รวมถึงช่วยให้ตำรวจปะติดปะต่อรูปคดีได้ง่ายขึ้น